{
    "success": true,
    "dataset": {
        "id": "40",
        "name": "ข่าวประชาสัมพันธ์",
        "name_en": "",
        "description": "ข่าวประชาสัมพันธ์",
        "category": "📰 ระบบข่าวสารและประชาสัมพันธ์",
        "data_format": "JSON",
        "access_level": "public",
        "last_updated": "2025-01-01",
        "record_limit": 100
    },
    "fields": [
        {
            "field_name": "topic",
            "field_type": "VARCHAR(255)",
            "field_description": "หัวข้อ"
        },
        {
            "field_name": "detiail",
            "field_type": "MEDIUMTEXT",
            "field_description": "หัวข้อ"
        },
        {
            "field_name": "date",
            "field_type": "DATETIME",
            "field_description": "วันที่"
        },
        {
            "field_name": "img",
            "field_type": "VARCHAR(100)",
            "field_description": "ภาพ(ถ้ามี)"
        }
    ],
    "total_records": 29,
    "returned_records": 29,
    "limit": 100,
    "offset": 0,
    "data": [
        {
            "topic": "เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ ขอเผยแพร่พระราชประวัติ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ",
            "detiail": "",
            "date": "2026-06-02 11:42:00",
            "img": ""
        },
        {
            "topic": "แจ้งประชาสัมพันธ์ จัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะมูลฝอย ประจำปี 2568 ขอความร่วมมือชำระที่ กองคลัง อบต.หนองไฮได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป",
            "detiail": "",
            "date": "2025-02-19 11:34:00",
            "img": "news-file_20261029113450_a46c.jpg"
        },
        {
            "topic": "การประชุมแบ่งมอบหน้าที่ และการติดตามการดำเนินงาน ITA ประจำปี 2569",
            "detiail": "",
            "date": "2026-06-23 10:39:00",
            "img": "news-file_20261029103957_e6bd.jpg"
        },
        {
            "topic": "ขอเชิญประชาชน เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้นวันที่ 24-25 กรกฎาคม 2567",
            "detiail": "อบรมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สนใจสมัครเข้าร่วมอบรมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 สามารถแสกนคิว อาร์ โค้ด เพื่อลงทะเบียน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้นะคะ ***ผู้ที่ผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์จะได้รับใบประกาศนียบัตรด้วยค่ะ",
            "date": "2024-07-15 10:38:00",
            "img": "news-file_20261029103811_aadd.jpg"
        },
        {
            "topic": "วันพืชมงคล ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘",
            "detiail": "<p>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2568 ถือเป็นพระราชพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยกำหนดจัดขึ้นในราวเดือน 6 ของทุกปี หรือเดือน พ.ค.ที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ให้จัดขึ้นในเวลานั้นอันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา<br>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2568 ประกอบด้วย 2 พิธีสำคัญ คือ พระราชพิธีพืชมงคล (พิธีทางสงฆ์) จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง และถือเป็น “วันเกษตรกร” ด้วยวันถัดมา พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) เป็นพิธีพราหมณ์ จัดในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง<br>ปีนี้ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ น.ส.ธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และ น.ส.วราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กรมวิชาการเกษตร<br>ส่วน “เทพีคู่หาบเงิน” ได้แก่ น.ส.ฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และ น.ส.อภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์<br>ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย คู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย และพระโคแรกนา ได้แก่&nbsp;พระโคพอ และพระโคเพียง&nbsp;พระโคสำรอง ได้แก่&nbsp;พระโคเพิ่ม และพระโคพูล<br>พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;วันที่ 9 พ.ค.68<br>เวลา 07.19 น.&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาแรกนาขึ้นรถยนต์หลวงที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามออกจากพระบรมมหาราชวัง ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แล้วเดินขบวนอิสริยายศแห่ไปส่งที่โรงพิธีพราหมณ์ จุดธูปเทียนถวายสักการะเทวรูปสำคัญแล้ว พระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกายไว้พร้อม<br>เวลา 08.30 น.&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพลับพลาที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ<br>ฤกษ์พิธีไถหว่าน&nbsp;ระหว่างเวลา 08.09 – 09.09 น.<br>จากนั้น&nbsp;พระยาแรกนา จะได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์ นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง<br>พระยาแรกนาเข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทถวายบังคมแล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโค เทียมแอก พระยาแรกนาเจิม พระโคและคันไถ จับหางไถแล้วไถดะ ไปโดยทักษิณาวรรต 3 รอบ ไถแปร 3 รอบ พร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว<br>พนักงานประโคมฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในดิน เสร็จแล้วพนักงานปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค เมื่อพระโคกินของสิ่งใด โหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์<br>เสร็จแล้วจะได้เบิกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดินสาขาต่าง ๆ เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ<br>หลังจากนั้นจะได้แห่พระยาแรกนาเป็นกระบวนอิสริยยศออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ พระยาแรกนากราบถวายบังคม แล้วเข้ากระบวนไปขึ้นรถยนต์หลวงพร้อมด้วยเทพี ไปรอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แปลงนาทดลอง ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา<br>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระยาแรกนาเข้ากราบถวายบังคม พระยาแรกนาและเทพีนำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปหว่านในแปลงนาทดลองโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อปลูกไว้ใช้ในพระราชพิธี ฯ ในปีต่อไป<br>เมื่อพระยาแรกนาหว่านข้าวเสร็จแล้ว เข้าไปกราบถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอันเสร็จพระราชพิธี<br>7 พันธุ์ข้าว ในพระราชพิธีพืชมงคล 2568<br>ในปี 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำ “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” ในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา และแปลงนาขยายผลฤดูทำนาปี 2567 ซึ่งเป็นผลผลิตข้าวเปลือกจากข้าวนาสวนพันธุ์หลัก 7 พันธุ์ ดังนี้<br>พันธุ์ข้าวนาสวน จำนวน 5 พันธุ์<br>ขาวดอกมะลิ 105<br>กข 79<br>กข 85<br>กข 99 (หอมคลองหลวง 72)<br>กขจ 1 (วังทอง 72)<br>พันธุ์ข้าวเหนียว จำนวน 2 พันธุ์<br>กข 6<br>กข 24 (สกลนคร 72<br>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2568 ถือเป็นพระราชพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยกำหนดจัดขึ้นในราวเดือน 6 ของทุกปี หรือเดือน พ.ค.ที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ให้จัดขึ้นในเวลานั้นอันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา<br>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2568 ประกอบด้วย 2 พิธีสำคัญ คือ พระราชพิธีพืชมงคล (พิธีทางสงฆ์) จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง และถือเป็น “วันเกษตรกร” ด้วยวันถัดมา พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) เป็นพิธีพราหมณ์ จัดในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง<br>ถ่ายทอดสด พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันพืชมงคล 2568<br>เปิดที่มา พระโคแรกนาขวัญ 2568 โคพื้นเมือง เขางาม ขนสีขาว เดินสง่า<br>ภาพจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์<br>ปีนี้ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ น.ส.ธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และ น.ส.วราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กรมวิชาการเกษตร<br>ส่วน “เทพีคู่หาบเงิน” ได้แก่ น.ส.ฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และ น.ส.อภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์<br>ภาพจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์<br>ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย คู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย และพระโคแรกนา ได้แก่&nbsp;พระโคพอ และพระโคเพียง&nbsp;พระโคสำรอง ได้แก่&nbsp;พระโคเพิ่ม และพระโคพูล<br>พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;วันที่ 9 พ.ค.68<br>เวลา 07.19 น.&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาแรกนาขึ้นรถยนต์หลวงที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามออกจากพระบรมมหาราชวัง ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แล้วเดินขบวนอิสริยายศแห่ไปส่งที่โรงพิธีพราหมณ์ จุดธูปเทียนถวายสักการะเทวรูปสำคัญแล้ว พระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกายไว้พร้อม<br>เวลา 08.30 น.&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพลับพลาที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ<br>ฤกษ์พิธีไถหว่าน&nbsp;ระหว่างเวลา 08.09 – 09.09 น.<br>ภาพจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์<br>จากนั้น&nbsp;พระยาแรกนา จะได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์ นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง<br>พระยาแรกนาเข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทถวายบังคมแล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโค เทียมแอก พระยาแรกนาเจิม พระโคและคันไถ จับหางไถแล้วไถดะ ไปโดยทักษิณาวรรต 3 รอบ ไถแปร 3 รอบ พร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว<br>พนักงานประโคมฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในดิน เสร็จแล้วพนักงานปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค เมื่อพระโคกินของสิ่งใด โหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์<br>เสร็จแล้วจะได้เบิกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดินสาขาต่าง ๆ เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ<br>หลังจากนั้นจะได้แห่พระยาแรกนาเป็นกระบวนอิสริยยศออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ พระยาแรกนากราบถวายบังคม แล้วเข้ากระบวนไปขึ้นรถยนต์หลวงพร้อมด้วยเทพี ไปรอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แปลงนาทดลอง ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา<br>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระยาแรกนาเข้ากราบถวายบังคม พระยาแรกนาและเทพีนำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปหว่านในแปลงนาทดลองโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อปลูกไว้ใช้ในพระราชพิธี ฯ ในปีต่อไป<br>เมื่อพระยาแรกนาหว่านข้าวเสร็จแล้ว เข้าไปกราบถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอันเสร็จพระราชพิธี<br>7 พันธุ์ข้าว ในพระราชพิธีพืชมงคล 2568<br>ในปี 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำ “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” ในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา และแปลงนาขยายผลฤดูทำนาปี 2567 ซึ่งเป็นผลผลิตข้าวเปลือกจากข้าวนาสวนพันธุ์หลัก 7 พันธุ์ ดังนี้<br>พันธุ์ข้าวนาสวน จำนวน 5 พันธุ์<br>ขาวดอกมะลิ 105<br>กข 79<br>กข 85<br>กข 99 (หอมคลองหลวง 72)<br>กขจ 1 (วังทอง 72)<br>พันธุ์ข้าวเหนียว จำนวน 2 พันธุ์<br>กข 6<br>กข 24 (สกลนคร 72)<br>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2024<br>สำหรับรายละเอียดพันธุ์ข้าวที่นำเข้าในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2568 และบรรจุซองแจกจ่ายประชาชน ดังนี้<br>ขาวดอกมะลิ 105 – จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 1,030<br>กข79 –&nbsp;จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม)&nbsp;420<br>กข85 – จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 200<br>กข99 – (หอมคลองหลวง 72) จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 300<br>กข6 จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 440<br>กข24 (สกลนคร 72) จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 200<br>เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำเข้าในพระราชพิธีมีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 4,880 กิโลกรัม และจัดเป็น “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” บรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร ประชาชนผู้สนใจ และชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป<br>รู้จัก&nbsp;7 พันธุ์ข้าว ในพระราชพิธีพืชมงคล 2568<br>พันธุ์ข้าว&nbsp;ขาวดอกมะลิ 105<br>ประวัติพันธุ์ ได้มาโดยนายสุนทร สีหะเนิน เจ้าพนักงานข้าว รวบรวมจาก อ.บางคล้า&nbsp;จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อ พ.ศ. 2493 – 2494 จำนวน 199 รวง แล้วนำไป&nbsp;คัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ (Pure Line Selection) และปลูกเปรียบเทียบ&nbsp;พันธุ์ที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรงแล้วปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ท้องถิ่น&nbsp;ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจนได้สายพันธุ์ขาวดอกมะลิ 4-2-105<br>ลักษณะเด่น&nbsp;ขาวดอกมะลิ 105<br>ทนแล้งได้ดีพอสมควร<br>เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี<br>คุณภาพการหุงต้มดี อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม<br>ทนต่อสภาพดินเปรี้ยว และดินเค็ม<br>2.&nbsp;พันธุ์ข้าว&nbsp;กข 79<br>ประวัติพันธุ์&nbsp;กข79 ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่าง PSL00034-37-3-1-3 ต้านทานต่อโรคไหม้เป็น&nbsp;พันธุ์แม่ กับ PSBRc20 ต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นพันธุ์พ่อ&nbsp;ในฤดูนาปรัง 2550 ที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาทปลูกคัดเลือกแบบสืบตระกูลชั่วที่ 2 ถึง 6<br>ทั้งฤดูนาปรัง และฤดูนาปี ตั้งแต่ฤดูนาปรัง 2551 ถึง ฤดูนาปรัง 2553 ที่ศูนย์วิจัย<br>ข้าวชัยนาท จนได้สายพันธุ์ CNT07018-26-1-1-1 และปลูกศึกษาพันธุ์ในฤดูนาปี<br>2553 ฤดูนาปรัง 2554 ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี<br>ฤดูนาปรัง 2555 -ฤดูนาปี 2560 ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานีที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกชัยนาท&nbsp;ลพบุรี แพร่ เชียงใหม่ และเชียงราย วิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพและทางเคมี&nbsp;รวมทั้งทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ<br>ลักษณะเด่น&nbsp;คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี เป็นข้าวเจ้า เมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก&nbsp;สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้<br>พันธุ์ข้าว&nbsp;กข 85<br>ประวัติพันธุ์&nbsp;ได้จากการผสมพันธุ์3 ทางระหว่าง ลูกผสมชั่วที่ 1 ของ PSBRc10 กับ CNT96028-21-1-PSL-1-1 นำไปผสมกับ LPHR303-PSL-30-4-2<br>ลักษณะเด่น&nbsp;กข 85&nbsp;ให้ผลผลิตสูงถึง 1,173 กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และโรคไหม้ดีกว่าพันธุ์พิษณุโลก 2 และ กข47&nbsp;ทนทานต่อสภาพอากาศเย็นคุณภาพเมล็ดทางกายภาพดีเป็นข้าวเจ้าเมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้<br>พันธุ์ข้าว&nbsp;กข 99 (หอมคลองหลวง 72)<br>ประวัติพันธุ์&nbsp;ข้าวสายพันธุ์ CCS12009-KLG-18-1-1-3-1 ข้าวหอม พื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ได้จากการผสมพันธุ์ ระหว่างพันธุ์ IRB41 (พันธุ์แม่) กับพันธุ์ชัยนาท 1 (พันธุ์พ่อ)<br>ลักษณะเด่น&nbsp;เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ศักยภาพการให้ผลผลิต 957 กิโลกรัม&nbsp;ต่อไร่ โดยให้ ผลผลิตเฉลี่ย 780 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1 คิดเป็น<br>13 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปลูกในสภาพแปลง เกษตรกร,&nbsp;ข้าวสุกมีกลิ่นหอม เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหนียวและนุ่ม,&nbsp;– คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้<br>พันธุ์ข้าว&nbsp;กขจ 1 (วังทอง 72)<br>ประวัติพันธุ์&nbsp;CRI12026-6-9-PSL-4-1-1-1 ได้จากการผสมเดี่ยว ระหว่างสายพันธุ์ข้าว&nbsp;PSL95037-25-1-2-PAN-1 กับพันธุ์ Shubu<br>ลักษณะเด่น&nbsp;มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงถึง 953 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 755&nbsp;กิโลกรัมต่อไร,&nbsp;ต้านทานต่อโรคไหม้ได้ดีกว่าพันธุ์ พันธุ์ ก.วก.1 และ ก.วก.2,&nbsp;เป็นข้าวเจ้าจาปอนิกาที่มีคุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี ท้องไข่น้อยกว่าพันธุ์ก.วก. 1 และ ก.วก.2 คุณภาพการสีดีมาก&nbsp;คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดี<br>พันธุ์ข้าว&nbsp;กข 6<br>ประวัติพันธุ์&nbsp;ได้จากการปรับปรุงพันธุ์ โดยการใช้รังสีชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ โดยใช้รังสี<br>แกมมาปริมาณ 20 กิโลแรด (Rad) อาบเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105<br>แล้วนำมาปลูกคัดเลือกที่สถานีทดลองข้าวบางเขนและสถานีทดลองข้าวพิมาย<br>จากการคัดเลือกได้ข้าวเหนียวหลายสายพันธุ์ในข้าวชั่วที่ 2 นำไปปลูกคัดเลือก<br>จนอยู่ตัวได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุดคือ สายพันธุ์ KDML105´65-G2U-68-254<br>นับว่าเป็นข้าวพันธุ์ดีพันธุ์แรกของประเทศไทย ที่ค้นคว้าได้โดยใช้วิธีชักนำพันธุ์พืช<br>ให้เปลี่ยนกรรมพันธุ์โดยใช้รังส<br>ลักษณะเด่น&nbsp;ให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง,&nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี มีกลิ่นหอม,&nbsp;ลำต้นแข็งปานกลาง,&nbsp;ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล,&nbsp;คุณภาพการสีดี<br>7.&nbsp;พันธุ์ข้าว&nbsp;กข24 (สกลนคร 72)<br>ประวัติพันธุ์&nbsp;ข้าวเหนียวสายพันธุ์ RGDU10017-1-MAS-49-4-1-NKI-1-3-1-2 ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างข้าวเหนียว สายพันธุ์ RGDU07585-7-MAS35-4 ซึ่งลำต้นเตี้ย&nbsp;เป็นพันธุ์แม่ กับข้าวเหนียวสายพันธุ์ RGDU07123-12-22-5 ซึ่งลำต้นสูง&nbsp;คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดี มีความต้านทานต่อโรคไหม้เป็นพันธุ์พ่อ<br>ลักษณะเด่น&nbsp;เป็นข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสงที่มีลำต้นเตี้ย ต้านทานการหักล้มดีกว่าพันธุ์ กข6&nbsp;และ กข18,&nbsp;ต้านทานต่อโรคไหม้ในระยะกล้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ<br>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 โดยผู้ที่ประสงค์รับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน&nbsp;สามารถลงทะเบียนออนไลน์&nbsp;ผ่านทางเว็บไซต์ https:\/\/rice.moac.go.th\/ หรือแสกนคิวอาร์โค้ด ได้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2568<br>อ้างอิงข้อมูล :&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์<\/p>",
            "date": "2025-05-09 10:37:00",
            "img": "news-file_20261029103714_c384.jpg"
        },
        {
            "topic": "วันที่ ๓ มิถุนายน  วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี",
            "detiail": "วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ตรงกับวันที่ 3 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ 3 มิถุนายน เป็นวันหยุดราชการประจำปีของไทย โดยปีนี้สำนักพระราชวัง เปิดลงนามถวายพระพรผ่านเว็บไซต์หน่วยรายการในพระองค์<br>\r\nพระราชประวัติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี คู่พระบารมีรัชกาลที่ 10<br>\r\nสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2521 มีพระนามเดิมว่า สุทิดา ติดใจ ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.2543 ก่อนที่จะทรงเข้าทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของการบินไทย เมื่อปี พ.ศ.2546 – พ.ศ.2551 หลังจากนั้น ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ)<br>\r\nวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และสถาปนาพลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา เป็น “สมเด็จพระราชินีสุทิดา” ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ต่อมา พระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ จัดขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสุทิดาขึ้นเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี“",
            "date": "2025-06-02 10:36:00",
            "img": "news-file_20261029103631_a423.png"
        },
        {
            "topic": "วันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ",
            "detiail": "วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยประเทศไทยกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม 2519 เป็น “วันแม่แห่งชาติ” เป็นปีแรก ก่อนหน้านั้นเคยมีการใช้วันที่ 10 มีนาคม, 15 เมษายน และ 4 ตุลาคม<br>\r\n“วันแม่แห่งชาติ 2568” ความเป็นมา และความสำคัญ<br>\r\n“วันที่ 12 สิงหาคม” เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยประเทศไทยกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม 2519 เป็น “วันแม่แห่งชาติ” เป็นปีแรก ก่อนหน้านั้นเคยมีการใช้วันที่ 10 มีนาคม, 15 เมษายน และ 4 ตุลาคม<br>\r\nในปี พ.ศ. 2486 งาน “วันแม่แห่งชาติ” ถูกจัดขึ้นครั้งแรก ที่ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ในช่วงนั้นเกิด สงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อ ๆ มาจึงต้องงดไป แต่เมื่อสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามจัดให้มีวันแม่ขึ้นมาอีกครั้ง และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง<br>\r\nต่อมากำหนดให้วันที่ 15 เม.ย.ของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติ ตามมติของคณะรัฐมนตรี โดยเริ่มจัดตั้งแต่ พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีก เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน<br>\r\nต่อมาในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 สมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็น “วันแม่แห่งชาติ”<br>\r\nดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันแม่ คือ “ดอกมะลิ” ด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นดอกไม้ที่มีสีขาว เปรียบได้กับความรักบริสุทธิ์ที่แม่มีต่อลูก ทำให้ “มะลิ” ถูกใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณะประจำวันแม่<br>\r\nคำขวัญ วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568<br>\r\nสำหรับปีนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน คำขวัญวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 ความว่า<br>\r\n“คือขุนเขาลำเนาไพรคือสายน้ำ คือความงามความสุขคือทุกสิ่ง คือความรักความห่วงใยอันแท้จริง พระคุณแม่ใหญ่ยิ่งพ้นพรรณนา “",
            "date": "2025-08-08 10:35:00",
            "img": "news-file_20261029103603_d9ef.png"
        },
        {
            "topic": "มหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Expo 2026) อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะจัดขึ้น ณ จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2569",
            "detiail": "ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงาน มหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Expo 2026) อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะจัดขึ้น ณ จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life – ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต” สะท้อนสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ พืชพรรณ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เกื้อหนุนกันอย่างยั่งยืน<br>\r\nงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้จะจัดแสดงนิทรรศการจากนานาประเทศ พร้อมสวนแสดงจากองค์กรต่าง ๆ ของประเทศไทย โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกมากกว่า 3 ล้านคน ตลอดระยะเวลา 5 เดือน<br>\r\nภายในงาน พบกับ…<br>\r\nสวนแสดงจากนานาประเทศ สวนองค์กร  สวนธีมและสวนเกษตรไทย พร้อมอาคารสำคัญที่เป็นแลนมาร์คของงาน ได้แก่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ<br>\r\nการประกวดพืชนานาชนิด และสวนนานาชาติในอาคาร<br>\r\nพื้นที่สีเขียว แสดงความยั่งยืนของป่าไม้ ให้ความรู้ Carbon Credit และโซนอนุบาลต้นไม้<br>\r\nพืชพรรณไทยหลากชนิด อาทิ พืชชุ่มน้ำ ไม้ดอกไม้ประดับ พืชสมุนไพร ไม้ผล พืชเศรษฐกิจ<br>\r\nนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ทันสมัย<br>\r\nหมู่บ้านอีสาน น้ำตกถ้ำนาคา ส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ  เป็นต้น<br>\r\nการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในด้าน พืชสวน สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว รวมทั้งยกระดับจังหวัดอุดรธานีให้เป็นศูนย์กลางด้านพืชสวนระดับนานาชาติ<br>\r\nร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ระดับโลก<br>\r\nณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี<br>\r\nวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570",
            "date": "2025-08-18 10:35:00",
            "img": "news-file_20261029103531_3ba1.jpg"
        },
        {
            "topic": "วันที่ ๒๓ ตุลาคม วันปิยมหาราช",
            "detiail": "วันที่ ๒๓ ตุลาคม วันปิยมหาราช รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวันสำคัญของชาติและกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรไทย พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ประชาชนชาวไทยจึงพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญานามพระองค์ “พระปิยมหาราช” อันมีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ คือ การประกาศเลิกทาส ทำให้ปวงชนชาวไทยได้เป็นไทมาจวบจนทุกวันนี้<br>\r\nพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๓๙๖ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ กับสมเด็จพระเทพศิรินทรา พระบรมราชินี พระองค์ทรงมีพระอนุชาและพระขนิษฐา ๓ พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑลฯ กรมหลวงวิสุทธิกษัตริย์, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์ และจอมพลสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กระพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดช ทรงได้รับการศึกษาขั้นแรกจากสำนักพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุตรี โดยทรงศึกษาด้านวิชาการและโบราณราชประเพณีต่าง ๆ หลังจากนั้น พระบรมชนกนาถทรงจ้างครูซึ่งเป็นชาวต่างประเทศโดยตรงมาสอนภาษาอังกฤษ เนื่องจากทรงเห็นว่าต่อไปในอนาคตจะจำเป็นอย่างมาก และพระบรมชนกนาถทรงฝึกสอนวิชาการในด้านต่าง ๆ อาทิ วิชารัฐศาสตร์ด้วยพระองค์เองด้วย<br>\r\nในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ สยามประเทศได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความวัฒนาให้กับชาติเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น การไฟฟ้า การไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ ฯลฯ ด้วยพระราชกรณียกิจที่ยังความผาสุกให้เกิดแก่ประชาชน ทวยราษฎร์ทั้งปวงจึงน้อมใจแสดงความจงรักภักดี ด้วยการถวายพระนามว่า “พระปิยมหาราช” หรือพระพุทธเจ้าหลวง<br>\r\nพระราชกรณียกิจที่สำคัญหลายด้านของพระองค์ อาทิ ด้านการทหารและการปกครองประเทศ ทรงนำแบบอย่างทางทหารของประเทศแถบยุโรปมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย มีการจัดตั้งกรมเสนาธิการทหารบกขึ้นเป็นครั้งแรก และทรงตั้งโรงเรียนนายร้อยทหารบกและทหารเรือ ตลอดจนส่งพระราชโอรสไปศึกษาวิชาการทหารในทวีปยุโรป ด้านการปกครองประเทศ ทรงให้ตราระเบียบการปกครองขึ้นใหม่ แยกหน่วยราชการออกเป็นกรมกองต่างๆ จากเดิมมี ๖ กระทรวง และได้เพิ่มอีก ๔ กระทรวง รวมเป็น ๑๐ กระทรวง ในส่วนภูมิภาคทรงให้จัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลขึ้นเป็นครั้งแรกและให้อยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย ด้านเศรษฐกิจและการคลัง ทรงให้มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินขึ้น โดยทรงให้แยกเงินแผ่นดินและเงินส่วนพระองค์ออกจากกัน และทรงให้จัดตั้งธนาคารขึ้นเป็นครั้งแรก คือ ธนาคารสยามกัมมาจล ด้านการศึกษา ทรงให้ตั้งโรงเรียนหลวงแห่งแรกขึ้นในพระบรมมหาราชวังจัดการเรียนการสอน แล้วขยายออกไปทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อให้ทั่วถึงประชาชน ทำให้การศึกษาของไทยได้รับการพัฒนา ด้านการต่างประเทศ พระองค์ได้เห็นถึงความสำคัญของการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ในรัชสมัยของพระองค์จึงมีการส่งเอกอัครราชทูตไปประจำในต่างประเทศเป็นครั้งแรก และพระองค์ยังทรงเสด็จประพาสประเทศต่างๆ เพื่อนำวิทยาการสมัยใหม่มาพัฒนาประเทศ   ด้านการคมนาคมและสาธารณูปโภค ทรงให้สร้างถนนขึ้นหลายสายและทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างสะพานข้ามคลองและทางรถไฟหลายแห่ง อาทิ สะพานเฉลิมสวรรค์เฉลิมศรี ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ เป็นต้น ส่วนด้านสาธารณูปโภค ทรงมีพระราชดำริว่าประชาชนควรมีน้ำสะอาดเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค พระองค์จึงทรงให้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการทำน้ำประปาขึ้นด้วยทรงอยากให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ พระองค์ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อเป็นค่าก่อสร้างโรงพยาบาลวังหลัง (ซึ่งปัจจุบันคือโรงพยาบาลศิริราช) เพื่อเป็นสถานที่สำหรับรักษาประชาชนที่เจ็บป่วย ด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ในรัชสมัยของพระองค์ได้มีการสังคายนาและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกด้วยตัวอักษรไทยเป็นครั้งแรก และทรงให้มีการตราพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์เป็นฉบับแรกด้วย ส่วนด้านศิลปวัฒนธรรมนั้น ในสมัยของพระองค์ส่วนใหญ่จะได้รับอิทธิพลจากตะวันตก เนื่องจากพระองค์ได้เสด็จประพาสยุโรป จึงนำสถาปัตยกรรมตะวันตกมาผสมผสานกับของไทยได้อย่างงดงาม เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระราชวังสวนดุสิต และกระทรวงกลาโหม เป็นต้น<br>\r\nพระราชกรณียกิจอีกประการที่สำคัญยิ่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ การเลิกทาส พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้มีการเลิกทาสให้เป็นไทตั้งแต่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ ด้วยทรงไม่ต้องการให้มีการกดขี่เหยียดหยามคนไทยด้วยกันเอง และทรงเห็นว่าการมีทาสเป็นสิ่งที่ล้าสมัย ไม่เหมาะกับประเทศที่เจริญแล้ว พระองค์ได้ทำการปรึกษาราชการแผ่นดินในหลายฝ่ายเพื่อหาวิธีไม่ให้มีเหตุกระทบกระเทือนต่อตัวทาสและเจ้าของทาส ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๑๖ พระองค์ได้ทรงตราพระราชบัญญัติทาส ห้ามคนที่เกิดในรัชกาลปัจจุบันเป็นทาส และต่อมาพระองค์ทรงตราพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไท ณ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๔๑๗ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะทำให้ทรงประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการปลดปล่อยทาสให้เป็นไทโดยไม่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว<br>\r\nนอกจากนี้ การเสด็จประพาสต้น ก็เป็นพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะดูแลทุกข์สุขของราษฎรอย่างใกล้ชิด ดังนั้น จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการเสด็จพระราชดำเนินเป็นการลับทางรถไฟหรือไม่ก็ทางเรือ ทรงแต่งพระองค์อย่างสามัญชน เพื่อทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร<br>\r\nเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงประชวรเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ครั้นนั้นเป็นที่เศร้าสลดอย่างใหญ่หลวงของพระบรมวงศานุวงศ์และปวงชนทั่วประเทศ เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกษัตริย์ที่เคารพรักของทวยราษฎร์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า ทวยราษฎร์ทั้งปวงจึงได้ถวายพระนามว่า พระปิยมหาราช หรือพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพตามราชประเพณีแล้ว ครั้งเมื่อบรรจบอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายตามราชประเพณี โดยเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวออกประดิษฐานบนพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร และเชิญพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวารประดิษฐาน ณ โต๊ะหมู่ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทหรือพระที่นั่งอนันตสมาคม ส่วนที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต หน้าที่นั่งอนันตสมาคม ที่เรียกว่าพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่พระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าผู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้ร่วมใจกันรวบรวมเงินจัดสร้างประดิษฐานขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะที่ทรงพระชนม์อยู่เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงครองราชย์ยั่งยืนนานถึง ๔๐ ปี และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๑ นั้น<br>\r\nต่อมาทางราชการได้ประกาศให้วันที่ ๒๓ ตุลาคมซึ่งเป็นวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวันที่ระลึกสำคัญของชาติเรียกว่า วันปิยมหาราช และกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราชครั้งแรก คือ ถัดจากปีที่ได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว<br>\r\nในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ของทุกปี หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งราชการและภาคเอกชน นักเรียน-นิสิต นักศึกษา รวมทั้งประชาชนจะมาวางพวงมาลาดอกไม้สักการะ และถวายบังคมที่พระบรมรูปทรงม้า เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทำบุญตักบาตรอุทิศเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ในหน่วยงาน และโรงเรียน มหาวิทยาลัย จะจัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันเป็นการประกาศเกียรติคุณให้ไพศาลสืบไป<br>\r\nพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ สิริรวมพระชนมายุได้ ๕๘ พรรษา นับเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พระปรีชาสามารถ และเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรไทย สมกับพระราชสมัญญา “พระปิยมหาราช” ซึ่งแปลความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน”",
            "date": "2026-10-29 10:34:00",
            "img": "news-file_20261029103441_c4e9.jpg"
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพัมพันธ์ โครงการเสริมสร้างสุขภาพเชิงรุกและลดภาวะคลอดก่อนกำหนด",
            "detiail": "",
            "date": "2025-11-24 10:33:00",
            "img": "news-file_20261029103408_d7c0.jpg"
        },
        {
            "topic": "วันที่ ๕ ธันวาคม วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ",
            "detiail": "",
            "date": "2025-12-05 10:33:00",
            "img": "news-file_20261029103337_2363.jpg"
        },
        {
            "topic": "ขอเชิญประชาชนร่วมทำแบบสอบถาม  เพื่อประเมินการรับรู้และความพึงพอใจด้้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรของสำนักงาน ปปง.ประจำปีงบประมาณ 2569",
            "detiail": "",
            "date": "2026-04-17 10:32:00",
            "img": "news-file_20261029103311_be81.jpg"
        },
        {
            "topic": "วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร",
            "detiail": "",
            "date": "2026-04-28 10:32:00",
            "img": "news-file_20261029103249_3070.png"
        },
        {
            "topic": "วันที่ ๔ พฤษภาคม วันฉัตรมงคล",
            "detiail": "วันฉัตรมงคล วันที่ ๔ พฤษภาคม เป็นวันสำคัญที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ซึ่งเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อเป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติและปวงชนชาวไทย โดยในวันนี้พสกนิกรต่างน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์",
            "date": "2026-05-01 10:32:00",
            "img": "news-file_20261029103229_2fb5.jpg"
        },
        {
            "topic": "ขอเชิญหญิงตั้งครรภ์ เข้าร่วมชมรมแม่และเด็กตำบลหนองไฮ",
            "detiail": "",
            "date": "2026-05-14 10:31:00",
            "img": "news-file_20261029103152_dc0b.jpg"
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพันธ์รับวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย สำหรับโคกระบือ และวัคซีนลัมี สกิน",
            "detiail": "",
            "date": "2026-05-21 10:31:00",
            "img": "news-file_20261029103120_e42b.jpg"
        },
        {
            "topic": "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์",
            "detiail": "สำนักพระราชวังออกประกาศ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์<br>\r\nสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามที่สำนัก พระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น<br>\r\nตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47<br>\r\nพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ<br>\r\nณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง",
            "date": "2026-06-12 10:30:00",
            "img": "news-file_20261029103035_6e72.jpg"
        },
        {
            "topic": "น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา",
            "detiail": "",
            "date": "2026-06-15 10:29:00",
            "img": "news-file_20261029103010_657d.png"
        },
        {
            "topic": "แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ",
            "detiail": "",
            "date": "2026-06-18 10:29:00",
            "img": "news-file_20261029102949_5125.png"
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพันธ์รับสมัครเยาวชนเกษตรในเขตปฎิรูปที่ดิน  เข้าร่วมโครงการฝึกงานเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น  ประจำปี พ.ศ.2570",
            "detiail": "",
            "date": "2026-07-23 10:29:00",
            "img": ""
        },
        {
            "topic": "ประกาศ ยื่นแบบชำระภาษี ประจำปี2568",
            "detiail": "",
            "date": "2025-02-28 10:27:00",
            "img": "news-file_20261029102719_5683.jpg"
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพันธ์ ขยายเวลาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ ประจำปีงบประมาณ 2569",
            "detiail": "",
            "date": "2026-05-07 10:26:00",
            "img": ""
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพันธ์ การชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569",
            "detiail": "",
            "date": "2026-07-02 10:25:00",
            "img": "news-file_20261029102522_572e.jpg"
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพันธ์ แอพลิเคชั่น  “ทางรัฐ”",
            "detiail": "ผู้สูงอายุและผู้พิการ สามารถตรวจสอบการจ่ายเงินของผู้สูงอายุและผู้พิการได้ด้วยตนเอง เพียงติดตั้งแอพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ตรวจสอบง่ายแค่ปลายนิ้ว<br>\r\nดาวโหลดแอพ “ทางรัฐ”",
            "date": "2024-01-23 09:37:00",
            "img": ""
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพันธ์การชำระภาษี องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ ประจำปี พ.ศ.2568",
            "detiail": "",
            "date": "2025-02-28 17:13:00",
            "img": "news-file_20261028171351_a842.jpg"
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพันธ์การชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย ประจำปี2568",
            "detiail": "",
            "date": "2025-07-15 17:12:00",
            "img": "news-file_20261028171219_84c7.jpg"
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพันธ์ เรื่อง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และ ภาษีป้าย",
            "detiail": "",
            "date": "2025-12-08 17:04:00",
            "img": "news-file_20261028170507_0d19.jpg"
        },
        {
            "topic": "ประชาสัมพันธ์ ห้ามเผา!",
            "detiail": "ประชาสัมพันธ์ ห้ามเผา!",
            "date": "2024-01-23 16:31:10",
            "img": "news-file_20261028170402_a476.jpeg"
        },
        {
            "topic": "วันพืชมงคล 9 พฤศภาคม 2568",
            "detiail": "พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2568 ถือเป็นพระราชพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยกำหนดจัดขึ้นในราวเดือน 6 ของทุกปี หรือเดือน พ.ค.ที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ให้จัดขึ้นในเวลานั้นอันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา<br>\n<br>\nพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2568 ประกอบด้วย 2 พิธีสำคัญ คือ พระราชพิธีพืชมงคล (พิธีทางสงฆ์) จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง และถือเป็น “วันเกษตรกร” ด้วยวันถัดมา พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) เป็นพิธีพราหมณ์ จัดในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง<br>\n<br>\nปีนี้ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ น.ส.ธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และ น.ส.วราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กรมวิชาการเกษตร<br>\n<br>\nส่วน “เทพีคู่หาบเงิน” ได้แก่ น.ส.ฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และ น.ส.อภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์<br>\n<br>\nผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย คู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย และพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง พระโคสำรอง ได้แก่ พระโคเพิ่ม และพระโคพูล<br>\n<br>\n### พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันที่ 9 พ.ค.68<br>\n<br>\n- เวลา 07.19 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาแรกนาขึ้นรถยนต์หลวงที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามออกจากพระบรมมหาราชวัง ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แล้วเดินขบวนอิสริยายศแห่ไปส่งที่โรงพิธีพราหมณ์ จุดธูปเทียนถวายสักการะเทวรูปสำคัญแล้ว พระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกายไว้พร้อม<br>\n<br>\n- เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพลับพลาที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ<br>\n<br>\n- ฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.09 – 09.09 น.<br>\n<br>\n- จากนั้น พระยาแรกนา จะได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์ นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง<br>\n<br>\n- พระยาแรกนาเข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทถวายบังคมแล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโค เทียมแอก พระยาแรกนาเจิม พระโคและคันไถ จับหางไถแล้วไถดะ ไปโดยทักษิณาวรรต 3 รอบ ไถแปร 3 รอบ พร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว<br>\n<br>\n- พนักงานประโคมฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในดิน เสร็จแล้วพนักงานปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค เมื่อพระโคกินของสิ่งใด โหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์<br>\n<br>\n- เสร็จแล้วจะได้เบิกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดินสาขาต่าง ๆ เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ<br>\n<br>\n- หลังจากนั้นจะได้แห่พระยาแรกนาเป็นกระบวนอิสริยยศออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ พระยาแรกนากราบถวายบังคม แล้วเข้ากระบวนไปขึ้นรถยนต์หลวงพร้อมด้วยเทพี ไปรอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แปลงนาทดลอง ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา<br>\n<br>\n- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระยาแรกนาเข้ากราบถวายบังคม พระยาแรกนาและเทพีนำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปหว่านในแปลงนาทดลองโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อปลูกไว้ใช้ในพระราชพิธี ฯ ในปีต่อไป<br>\n<br>\n- เมื่อพระยาแรกนาหว่านข้าวเสร็จแล้ว เข้าไปกราบถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอันเสร็จพระราชพิธี<br>\n<br>\n### 7 พันธุ์ข้าว ในพระราชพิธีพืชมงคล 2568<br>\n<br>\nในปี 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำ “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” ในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา และแปลงนาขยายผลฤดูทำนาปี 2567 ซึ่งเป็นผลผลิตข้าวเปลือกจากข้าวนาสวนพันธุ์หลัก 7 พันธุ์ ดังนี้<br>\n<br>\nพันธุ์ข้าวนาสวน จำนวน 5 พันธุ์<br>\n<br>\n- ขาวดอกมะลิ 105<br>\n<br>\n- กข 79<br>\n<br>\n- กข 85<br>\n<br>\n- กข 99 (หอมคลองหลวง 72)<br>\n<br>\n- กขจ 1 (วังทอง 72)<br>\n<br>\nพันธุ์ข้าวเหนียว จำนวน 2 พันธุ์<br>\n<br>\n- กข 6<br>\n<br>\n- กข 24 (สกลนคร 72<br>\n<br>\nพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2568 ถือเป็นพระราชพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยกำหนดจัดขึ้นในราวเดือน 6 ของทุกปี หรือเดือน พ.ค.ที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ให้จัดขึ้นในเวลานั้นอันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา<br>\n<br>\nพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2568 ประกอบด้วย 2 พิธีสำคัญ คือ พระราชพิธีพืชมงคล (พิธีทางสงฆ์) จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง และถือเป็น “วันเกษตรกร” ด้วยวันถัดมา พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) เป็นพิธีพราหมณ์ จัดในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง<br>\n<br>\n- [ถ่ายทอดสด พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันพืชมงคล 2568](https:\/\/www.thaipbs.or.th\/news\/content\/351941)<br>\n<br>\n- [เปิดที่มา พระโคแรกนาขวัญ 2568 โคพื้นเมือง เขางาม ขนสีขาว เดินสง่า](https:\/\/www.thaipbs.or.th\/news\/content\/351930)<br>\n<br>\nภาพจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์<br>\n<br>\nปีนี้ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ น.ส.ธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และ น.ส.วราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กรมวิชาการเกษตร<br>\n<br>\nส่วน “เทพีคู่หาบเงิน” ได้แก่ น.ส.ฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และ น.ส.อภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์<br>\n<br>\nภาพจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์<br>\n<br>\nผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย คู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย และพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง พระโคสำรอง ได้แก่ พระโคเพิ่ม และพระโคพูล<br>\n<br>\n### พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันที่ 9 พ.ค.68<br>\n<br>\n- เวลา 07.19 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาแรกนาขึ้นรถยนต์หลวงที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามออกจากพระบรมมหาราชวัง ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แล้วเดินขบวนอิสริยายศแห่ไปส่งที่โรงพิธีพราหมณ์ จุดธูปเทียนถวายสักการะเทวรูปสำคัญแล้ว พระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกายไว้พร้อม<br>\n<br>\n- เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพลับพลาที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ<br>\n<br>\n- ฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.09 – 09.09 น.<br>\n<br>\nภาพจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์<br>\n<br>\n- จากนั้น พระยาแรกนา จะได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์ นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง<br>\n<br>\n- พระยาแรกนาเข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทถวายบังคมแล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโค เทียมแอก พระยาแรกนาเจิม พระโคและคันไถ จับหางไถแล้วไถดะ ไปโดยทักษิณาวรรต 3 รอบ ไถแปร 3 รอบ พร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว<br>\n<br>\n- พนักงานประโคมฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในดิน เสร็จแล้วพนักงานปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค เมื่อพระโคกินของสิ่งใด โหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์<br>\n<br>\n- เสร็จแล้วจะได้เบิกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดินสาขาต่าง ๆ เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ<br>\n<br>\n- หลังจากนั้นจะได้แห่พระยาแรกนาเป็นกระบวนอิสริยยศออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ พระยาแรกนากราบถวายบังคม แล้วเข้ากระบวนไปขึ้นรถยนต์หลวงพร้อมด้วยเทพี ไปรอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แปลงนาทดลอง ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา<br>\n<br>\n- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระยาแรกนาเข้ากราบถวายบังคม พระยาแรกนาและเทพีนำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปหว่านในแปลงนาทดลองโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อปลูกไว้ใช้ในพระราชพิธี ฯ ในปีต่อไป<br>\n<br>\n- เมื่อพระยาแรกนาหว่านข้าวเสร็จแล้ว เข้าไปกราบถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอันเสร็จพระราชพิธี<br>\n<br>\n### 7 พันธุ์ข้าว ในพระราชพิธีพืชมงคล 2568<br>\n<br>\nในปี 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำ “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” ในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา และแปลงนาขยายผลฤดูทำนาปี 2567 ซึ่งเป็นผลผลิตข้าวเปลือกจากข้าวนาสวนพันธุ์หลัก 7 พันธุ์ ดังนี้<br>\n<br>\nพันธุ์ข้าวนาสวน จำนวน 5 พันธุ์<br>\n<br>\n- ขาวดอกมะลิ 105<br>\n<br>\n- กข 79<br>\n<br>\n- กข 85<br>\n<br>\n- กข 99 (หอมคลองหลวง 72)<br>\n<br>\n- กขจ 1 (วังทอง 72)<br>\n<br>\nพันธุ์ข้าวเหนียว จำนวน 2 พันธุ์<br>\n<br>\n- กข 6<br>\n<br>\n- กข 24 (สกลนคร 72)<br>\n<br>\nพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2024<br>\n<br>\nสำหรับรายละเอียดพันธุ์ข้าวที่นำเข้าในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2568 และบรรจุซองแจกจ่ายประชาชน ดังนี้<br>\n<br>\n- ขาวดอกมะลิ 105 – จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 1,030<br>\n<br>\n- กข79 – จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 420<br>\n<br>\n- กข85 – จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 200<br>\n<br>\n- กข99 – (หอมคลองหลวง 72) จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 300<br>\n<br>\n- กข6 จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 440<br>\n<br>\n- กข24 (สกลนคร 72) จำนวนบรรจุซองแจกจ่าย (กิโลกรัม) 200<br>\n<br>\nเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำเข้าในพระราชพิธีมีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 4,880 กิโลกรัม และจัดเป็น “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” บรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร ประชาชนผู้สนใจ และชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป<br>\n<br>\n### รู้จัก 7 พันธุ์ข้าว ในพระราชพิธีพืชมงคล 2568<br>\n<br>\n1. พันธุ์ข้าว [ขาวดอกมะลิ 105](https:\/\/www.moac.go.th\/royal_ploughing-ploughing_rice-files-471191791792)<br>\n<br>\nประวัติพันธุ์ ได้มาโดยนายสุนทร สีหะเนิน เจ้าพนักงานข้าว รวบรวมจาก อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อ พ.ศ. 2493 – 2494 จำนวน 199 รวง แล้วนำไป คัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ (Pure Line Selection) และปลูกเปรียบเทียบ พันธุ์ที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรงแล้วปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ท้องถิ่น ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจนได้สายพันธุ์ขาวดอกมะลิ 4-2-105<br>\n<br>\nลักษณะเด่น ขาวดอกมะลิ 105<br>\n<br>\n- ทนแล้งได้ดีพอสมควร<br>\n<br>\n- เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี<br>\n<br>\n- คุณภาพการหุงต้มดี อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม<br>\n<br>\n- ทนต่อสภาพดินเปรี้ยว และดินเค็ม<br>\n<br>\n2. พันธุ์ข้าว [กข 79](https:\/\/www.moac.go.th\/royal_ploughing-ploughing_rice-files-471191791793)<br>\n<br>\nประวัติพันธุ์ กข79 ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่าง PSL00034-37-3-1-3 ต้านทานต่อโรคไหม้เป็น พันธุ์แม่ กับ PSBRc20 ต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นพันธุ์พ่อ ในฤดูนาปรัง 2550 ที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาทปลูกคัดเลือกแบบสืบตระกูลชั่วที่ 2 ถึง 6<br>\nทั้งฤดูนาปรัง และฤดูนาปี ตั้งแต่ฤดูนาปรัง 2551 ถึง ฤดูนาปรัง 2553 ที่ศูนย์วิจัย<br>\nข้าวชัยนาท จนได้สายพันธุ์ CNT07018-26-1-1-1 และปลูกศึกษาพันธุ์ในฤดูนาปี<br>\n2553 ฤดูนาปรัง 2554 ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี<br>\n<br>\nฤดูนาปรัง 2555 -ฤดูนาปี 2560 ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานีที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกชัยนาท ลพบุรี แพร่ เชียงใหม่ และเชียงราย วิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพและทางเคมี รวมทั้งทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ<br>\n<br>\nลักษณะเด่น คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี เป็นข้าวเจ้า เมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้<br>\n<br>\n3. พันธุ์ข้าว [กข 85](https:\/\/www.moac.go.th\/royal_ploughing-ploughing_rice-files-471191791794)<br>\n<br>\nประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์3 ทางระหว่าง ลูกผสมชั่วที่ 1 ของ PSBRc10 กับ CNT96028-21-1-PSL-1-1 นำไปผสมกับ LPHR303-PSL-30-4-2<br>\n<br>\nลักษณะเด่น กข 85 ให้ผลผลิตสูงถึง 1,173 กิโลกรัมต่อไร่ ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และโรคไหม้ดีกว่าพันธุ์พิษณุโลก 2 และ กข47 ทนทานต่อสภาพอากาศเย็นคุณภาพเมล็ดทางกายภาพดีเป็นข้าวเจ้าเมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้<br>\n<br>\n4. พันธุ์ข้าว [กข 99 (หอมคลองหลวง 72)](https:\/\/www.moac.go.th\/royal_ploughing-ploughing_rice-files-471191791795)<br>\n<br>\nประวัติพันธุ์ ข้าวสายพันธุ์ CCS12009-KLG-18-1-1-3-1 ข้าวหอม พื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ได้จากการผสมพันธุ์ ระหว่างพันธุ์ IRB41 (พันธุ์แม่) กับพันธุ์ชัยนาท 1 (พันธุ์พ่อ)<br>\n<br>\nลักษณะเด่น เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ศักยภาพการให้ผลผลิต 957 กิโลกรัม ต่อไร่ โดยให้ ผลผลิตเฉลี่ย 780 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์ปทุมธานี 1 คิดเป็น<br>\n13 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปลูกในสภาพแปลง เกษตรกร, ข้าวสุกมีกลิ่นหอม เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหนียวและนุ่ม, – คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้<br>\n<br>\n5. พันธุ์ข้าว [กขจ 1 (วังทอง 72)](https:\/\/www.moac.go.th\/royal_ploughing-ploughing_rice-files-471191791796)<br>\n<br>\nประวัติพันธุ์ CRI12026-6-9-PSL-4-1-1-1 ได้จากการผสมเดี่ยว ระหว่างสายพันธุ์ข้าว PSL95037-25-1-2-PAN-1 กับพันธุ์ Shubu<br>\n<br>\nลักษณะเด่น มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงถึง 953 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 755 กิโลกรัมต่อไร, ต้านทานต่อโรคไหม้ได้ดีกว่าพันธุ์ พันธุ์ ก.วก.1 และ ก.วก.2, เป็นข้าวเจ้าจาปอนิกาที่มีคุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี ท้องไข่น้อยกว่าพันธุ์ก.วก. 1 และ ก.วก.2 คุณภาพการสีดีมาก คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดี<br>\n<br>\n6. พันธุ์ข้าว [กข 6](https:\/\/www.moac.go.th\/royal_ploughing-ploughing_rice-files-471191791797)<br>\n<br>\nประวัติพันธุ์ ได้จากการปรับปรุงพันธุ์ โดยการใช้รังสีชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ โดยใช้รังสี<br>\nแกมมาปริมาณ 20 กิโลแรด (Rad) อาบเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105<br>\nแล้วนำมาปลูกคัดเลือกที่สถานีทดลองข้าวบางเขนและสถานีทดลองข้าวพิมาย<br>\nจากการคัดเลือกได้ข้าวเหนียวหลายสายพันธุ์ในข้าวชั่วที่ 2 นำไปปลูกคัดเลือก<br>\nจนอยู่ตัวได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุดคือ สายพันธุ์ KDML105´65-G2U-68-254<br>\nนับว่าเป็นข้าวพันธุ์ดีพันธุ์แรกของประเทศไทย ที่ค้นคว้าได้โดยใช้วิธีชักนำพันธุ์พืช<br>\nให้เปลี่ยนกรรมพันธุ์โดยใช้รังส<br>\n<br>\nลักษณะเด่น ให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง, คุณภาพการหุงต้มดี มีกลิ่นหอม, ลำต้นแข็งปานกลาง, ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล, คุณภาพการสีดี<br>\n<br>\n7. พันธุ์ข้าว [กข24 (สกลนคร 72)](https:\/\/www.moac.go.th\/royal_ploughing-ploughing_rice-files-471191791798)<br>\n<br>\nประวัติพันธุ์ ข้าวเหนียวสายพันธุ์ RGDU10017-1-MAS-49-4-1-NKI-1-3-1-2 ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างข้าวเหนียว สายพันธุ์ RGDU07585-7-MAS35-4 ซึ่งลำต้นเตี้ย เป็นพันธุ์แม่ กับข้าวเหนียวสายพันธุ์ RGDU07123-12-22-5 ซึ่งลำต้นสูง คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดี มีความต้านทานต่อโรคไหม้เป็นพันธุ์พ่อ<br>\n<br>\nลักษณะเด่น เป็นข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสงที่มีลำต้นเตี้ย ต้านทานการหักล้มดีกว่าพันธุ์ กข6 และ กข18, ต้านทานต่อโรคไหม้ในระยะกล้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ<br>\n<br>\nพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 โดยผู้ที่ประสงค์รับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน สามารถลงทะเบียนออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ https:\/\/rice.moac.go.th\/ หรือแสกนคิวอาร์โค้ด ได้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2568<br>\n<br>\nอ้างอิงข้อมูล : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์",
            "date": "2025-05-13 14:16:20",
            "img": ""
        }
    ]
}